1.สตัดเกลียวตลอดคืออะไร และ เกลียวมิล และ เกลียวหุน ต่างกันอย่างไร?
สตัดเกลียวตลอดคืออะไร…?
สตัดเกลียวตลอด เป็นที่รู้จักในกลุ่มอุปกรณ์งานซัพพอร์ต สำหรับในการจับยึด โดยการใช้งานต้องมีรูและขันน็อตเพื่อทำให้การยึดมีประสิทธิภาพมากขึ่น ซึ่งน็อตที่ใช้สามารถหาได้ง่ายตามทั่วไป และการใข้งาน ใช้งานได้ง่าย ทนต่อแรงตึง
สตัดเกลียวมิล และ สตัดเกลียวหุน ต่างกันอย่างไร?
เกลียวมิล และ เกลียวหุน เป็นความแตกต่างกันในเรื่องของมาตรวัดในความละเอียดของเกลียว ซึ่งมาตรวัดที่ใช้วัดนั้นมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบยุโรป และ แบบอเมริกา
- เกลียวมิลลิเมตร หรือ เกลียวมิล นั้นคือการวัดในระบบของมาตรวัดยุโรป นับความห่างของเกลียวด้วยระบบมิลลิเมตร สามารถใช้อุปกรณ์วัดได้ทั่วไป เช่น ไม้บรรทัด หรือ ตลัดเมตร ก็สามารถใช้วัดได้อย่างง่ายดาย
- เกลียวหุน คือการวัดในระบบมาตรวัดอเมริกา เกลียวหุนสามารถเรียกได้อีกอย่างว่าเกลียวนิ้ว เป็นการวัดในขนาดหนึ่งนิ้วนั้นมีกี่เกลียว มีความยากในการนับเกลียว หรือโดยปกติ อาจจะมองได้ว่า เกลียวหุนจะมีความละเอียดของเกลียวที่มากกว่าเกลียวมิล
ดังนั้น สตัดเกลียวตลอดทั้ง2แบบนั้น มีการใช้งานคล้ายคลึงกัน แตกต่างกันเพียงความละเอียดของเกลียว ซึ่งทาง บริษัท เสรีสตีลเซลส์ จำกัด ผลิตและจำหน่ายสตัดเกลียวตลอดทั้ง2แบบ ซึ่งผลิตจากเหล็กลวดคาร์บอนต่ำคุณภาพดี เข้าเครื่องผ่านตรงทำให้มีคุณภาพที่ดี ไม่งอ ทนทานต่อการใช้งาน และสามารถรับแรงดึงได้สูง อีกทั้งผ่านการชุบซิงค์อย่างเงางาม ทำให้เหมาะกับการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง
2.แคล้มปะกับ IMC และ EMT ต่างกันอย่างไร
แคล้มปะกับ IMC และ EMT ใช้งานอย่างไร
แคล้มประกับนั้นใช้งานสำหรับการเดินท่อร้อยสายไฟ โดยที่ท่อนั้นไม่จำเป็นที่ต้องสัมผัสกับพื้นผิวผนังหรือเพดาน โดยหน้าที่ของแคล้มประกับ คือ ช่วยในการยึดติดท่อ และ ล็อคท่อเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้การใช้งานสำหรับงานเดินสายไฟง่ายขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเจาะพื้นผิวหลายจุด และ ยังสะดวกต่อการติดต่อ รวมถึงการดูแลรักษาสายไฟได้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งการเลือกใช้งานแคล้มปะกับนั้น ต้องเลือกให้ถูกต้องกับประเภทของท่อ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน แคล้มปะกับที่ทางเราผลิตและจัดจำหน่าย มีทั้ง 2 แบบ คือ แคล้มประกับIMC และ แคล้มประกับ EMT
IMC และ EMT คือะไร?
IMC และ EMT นั้นคือ ประเภทของท่อสำหรับร้อยสายไฟ ผบิตจากเหล็ก
ซึ่งมีประสิทธิภาพในการช่วยปกป้องสายไฟจากสิ่งต่างๆ ป้องกันความเสียหายจากการทำปฎิกิริยากับสารเคมีต่างๆ และยังสามารถช่วยป้องกันอันตรายกับผู้ที่สัมผัสสายไฟในกรณีที่สายไฟเสื่อมสภาพ เช่น ไฟช็อต ไฟรั่ว ไฟดูด หรือ การลุกลามของไฟ รวมทั้งป้องกันสัตว์ที่จะสามารถเข้าไปทำให้สายไฟชำรุด เช่น หนูแทะ เป็นต้น และที่สำคัญท่อร้อยสายไฟนี้ช่วยให้การดูและ บำรุงรักษาง่ายมากขึ้น
ท่อ IMC และ EMT ต่างกันอย่างไร
ท่อทั้ง 2 แบบ มีหน้าที่ในการ้ปองกันตามรายละเอียดที่กล่าวไปเบื้องต้นเหมือนกัน แต่การใช้งานนั้นแตกต่างกัน รวมถึงประเภทวัสดุที่ใช้ก็ต่างกันด้วยเช่นกัน
- ท่อ IMC (Intermediate Metallic Conduit) คือ เหล็กท่อสำหรับร้อยสายไฟ ที่มีขนาดความหนาของท่ออยู่ที่ขนาดหนาปานกลาง ซึ่งสามารถทำเกลียวที่ปลายท่อได้
- ท่อ EMT (Electric Metallic Tubing) คือ เหล็กท่อสำหรับร้อยสายไฟ มีขนาดความหนาของท่ออยู่ในระดับบาง ส่วนใหญ่มักใช้งานในส่วยของที่พักอาศัย
3. เทคนิคการเดินสายไฟแบบท่อลอยโดยไม่สัมผัสกับพื้นผิว
เทคนิคการเดินท่อร้อยสายไฟโดยไม่สัมผัสกับพท้นผิว หรือ ที่เรียกว่า เดินท่อลอย สามารถทำได้โดยใช้อุปกรณ์ 2 ชนิด ได้แก่ แคล้มปะกับและรางซี
โดยเริ่มต้นนั้น ต้องมีการคำนวนและวางตำแหน่งสำหรับการวางรางซี เพื่อเป็นฐานใช้ล็อคท่อ หลังจากนั้น ติดตั้งท่อโดยใช้เหล็กแคล้มประกับเพื่อล็อคให้ท่ออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ รวมทั้งยึดยิดท่อเพื่อให้มีความแน่นหนามากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเลือกท่อให้ถูกประเภทการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ
บริษัท เสรีสตีลเซลส์ จำกัด เราผลิตและจัดจำหน่าย รางซีที่ใช้งานคู่กับแคล้มประกับ IMC และ แคล้มประกับ EMTแบบครงวงจร ที่ผลิตจากเหล็กและสังกะสีคุณภาพดี รวมทั้งอุปกณ์อื่นๆที่ใช้ในการซัพพอร์ตงานระบบแบบครบวงจร
4. ความแตกต่าง ชุบซิงค์ และ ชุบกัลวาไนซ์
สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ซัพพอร์ตงานระบบปะปา และ ไฟฟ้า ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตนั้นเป็นเหล็ก ย่อมต้องผ่านการชุบก่อนจะส่งไปใช้งานในที่ต่างๆ สาเหตุที่ต้องมีการชุบก่อนนั้นเพราะว่า เหล็กนั้นเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่มีความแข็งแรงสูง ทนทาน แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถทนต่อความชื้นได้ หากโดนน้ำหรือความชื้นจะทำให้เกิดสนิมบนพื้นผิวของเหล็ก และกัดกร่อนทำให้เหล็กนั้นเสื่อมสภาพ และ พังอย่างง่ายดาย ดังนั้น การนำเหล็กไปชุบเพื่อเคลือบสารต่างๆ ช่วยทำให้เหล็กนั้นมีความทนทานต่อการใช้งาน พืดอายุการใช้งาน โดยที่ได้ยินกันบ่อยๆนัก คือ ชุบซิงค์ และ ชุบกัลวาไนซ์ นั่นเอง
- เหล็กชุบซิงค์ ( PreZinc) สามารถเรียกได้ทั้ง 2 แบบ คือ ชุบซิงค์ หรือ ชุบขาว มีคุณสมบัติในช่วยกันการเกิดสนิมได้ และทำให้ชิ้นงานนั้นมีความสวยงาม สามารถชุบได้ 3 แบบ นั้นคือ ชุบซิงค์ขาว(White Zinc) , ซิงค์เหลือง หรือ ชุบรุ้ง(Yello Zinc) , และ ซิงค์ดำ(Blzck Zinc)
- เหล็กชุบกัลวาไนซ์ (Hot Dip Galvanized) เป็นการชุบโดยใช้การจุ่มเพื่อเคลือบผิว หลังจากชุบแล้ว ลักษณะของชิ้นงานจะมีสีเทาด้าน ซึ่งชิ้นงานจะหนาขึ้นหลังจากผ่านการชุบกัลวาไนซ์ การชุบกัลวาไนซ์จะทนต่อการเกิดสนิมอย่างมาก รวมถึงทนต่อการกัดกร่อนจากกรดและด่างได้ดีกว่าชุบซิงค์ แต่ราคาจะสูงกว่าการชุบซิงค์เช่นกัน
5. ยูโบลท์ หรือ ไพพ์แฮงเกอร์ ใช้งานต่างกันอย่างไร
ทั้งยูโบลท์ และ ไพพ์แฮงเกอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานซัพพอร์ตท่อปะปะ เช่น ท่อPVC, PPR, หรือ ท่อระบบดับเพลิง แต่หน้าที่ และ การใช้งาน มีส่วนที่ต่างกันอยู่ไม่น้อย
- ยูโบลท์ (U-Bolt) คือ สลักเกลียวที่นำมาขึ้นเป็นรูปตัวยู (U) โดยปลายทั้งข้างจะผ่านการรีดเกลียวเพื่อใช้น็อตยึดท่อเข้าไว้กับแผนเพลต หรือ คาน โดยนิยมใช้ในงานีระบบท่อน้ำดี และ ท่อน้ำทิ้ง สามารถใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรม และ ครัวเรือน ติดตั้งและใช้งานง่าย
- ไพพ์แฮงเกอร์ (Pipe Hanger) จะมีขนาดที่หลากหลาย มีความหนา รับน้ำหนักได้กี ทนทาน มีสลักด้านบนเพื่อล็อคหรือยึดชิ้นงานเข้ากับตัวยึดติด (ส่วนใหญ่มักใช้คู่กับสตัดเกลียวตลอด) มักใช้ในงานที่มีการแขวนท่อในที่สูง เช่น เพดาน
ดังนั้น ยูโบลท์ และ แฮงเกอร์ มีหน้าที่แบบเดียวกันคือ ใช้ล็อคท่อ แต่เหมาะกับการใช้งานในประเภทที่ต่างกัน ซึ่ง บริษัท เสรีสตีลเซลส์ จำกัด ได้ผลิตและจัดจำหน่ายโดยตรง มีใบรับรองคุณภาพที่ทดสอบการรองรับน้ำหนักมาแล้ว สามารถไว้วางใจในคุณภาพของสินค้าได้ทุกชนิด
ใบรับรองมาตรฐาน
บริษัท เสรีสตีลเซลส์ จำกัด ได้มีการทดสอบคุณภาพการใช้งาน เพื่อรองรับมาตรฐานสำหรับการใช้งานในแต่ละรูปแบบ เราได้ทดสอบคุณภาพ ที่ ศูนย์วิจัยและบริการวิศกรรมการเชื่อม ณ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งเราทำการทดสอบแรงดึงและความแข็งแรงของผลิตภัณฑ์ ประเภท ไพพ์แฮงเกอร์ เหล็ก, ไพพ์แฮงเกอร์ สแตนเลส, และ เควิสแฮงเกอร์
ทางบริษัทได้ยื่นทำการทดสอบ และ ได้รับใบรับรองคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ เพื่ออ้างอิงสำหรับการใช้งานและรองรับน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม รวมถึงได้รับความไว้วางใจจนถึงปัจจุบัน
ใบรับรองสินค้าผลิตในไทย
Made in Thailand(MiT)
บริษัท เสรีสตีลเซลส์ จำกัด ทำการยื่นเอกสารใบรับรองสินค้าผลิตในไทย หรือ Mafe in Thailand (MiT) กับทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ของเรานั้นผลิตในไทย และ มีกระบวนการผลิตที่ทางบริษัทสามารถชี้แจงให้กับทางหน่วยงานรัฐ ซึ่งทางส.อ.ท.(สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) ได้ออกใบรับรองสำหรับผู้ประกอบกิจการที่ได้ผ่านตามเกณฑ์ของ ส.อ.ท.
โดยมีจุดประสงค์สำหรับการรับรองนี้ สร้างความภูมิใจและความเชื่อมั่นให้กับสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยมากขึ้น และได้รับการส่งเสริมในระดับภาครัฐบาลสำหรับการจัดซื้อสินค้าที่ได้รับการรับรองMiT จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และที่สำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ



